วิธีดูแลรถสีดำ

ในบทความนี้ 9Autocare จะมาแนะนำ 7 วิธีการดูแลรถสีดำ เพื่อให้มีสีเข้มสดใหม่ และไม่เก่าง่ายได้ด้วยตัวเอง ด้วยความที่รถยนต์สีดำจัดว่าเป็นสีที่ได้รับความนิยมจำนวนมากอันดับต้น ๆ ซึ่งสามารถสังเกตได้จากจำนวนรถที่อยู่บนท้องถนนในปัจจุบัน อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่ารถยนต์สีนี้มีความหรู ดูแพง และมีความเท่โฉบเฉี่ยวมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์สีอื่น แต่ยังมีความแตกต่างในเรื่อง การดูแลรถสีดำ ที่ค่อนข้างดูแลยากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรอยต่าง ๆ หรือมีฝุ่นเกาะเห็นง่าย เราลองไปดูวิธีการดูแลรถสีดำกันเลยค่ะ ว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้าง รับประกันเลยว่าเพื่อน ๆ ทำตามได้อย่างแน่นอน 100%

ขั้นตอนการดูแลรถสีดำ ด้วยตัวเอง

1. ปัดฝุ่นเพื่อป้องกันการครูดผิวสีรถ

วิธีดูแลรถสีดำวิธีแรก คือ การหมั่นปัดฝุ่นรถยนต์ค่ะ การปัดฝุ่นเป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากบนท้องถนนทุกวันนี้มีทั้งฝุ่นผงและคราบเขม่า ซึ่งจะไปทำลายความเงางามของรถสีดำได้ เพราะฉะนั้นควรใช้ผ้าสำหรับเช็ดรถยนต์โดยเฉพาะ โดยอาจจะเป็นผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์ แต่ผ้าที่ควรหลีกเลี่ยงคือผ้าแห้งทั่วไปหรือไม้กวาดขนไก่ที่ใช้ในการปัดฝุ่นเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยขนแมว หรือรถเป็นรอยได้นั่นเอง  

อ่านเพิ่มเติม : รถเป็นรอยขีดข่วนแบบไหน ถึงขัดสีลบรอยขูดเองได้ พร้อมวิธีแก้ไขโดยไม่ต้องง้อช่าง !

2. ใช้สายฉีดน้ำขจัดคราบ

เมื่อมีการปัดฝุ่นแล้วก็ถึงเวลาขจัดคราบโดยเฉพาะบริเวณที่มีคราบฝังแน่น หากใช้สายฉีดน้ำร่วมด้วยจะดีมากเลย ถือว่าเป็นอุปกรณ์เหมาะสมที่สุดในการช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับเจ้าของรถ เพราะสามารถเพิ่มแรงดันขจัดคราบฝังแน่นให้หลุดออกมาอย่างง่ายดาย นอกจากนี้ถ้าไม่อยากเสียเวลาในการล้างรถนาน ๆ ก็ควรทำความสะอาดรถทั้งรอบคันบ่อย ๆ เพื่อจะได้มีความเงางามและน่าชวนมองมากยิ่งขึ้น หรือถ้าใครอยากที่จะล้างรถทำความสะอาดก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ว่าจะต้องรู้จัก วิธีล้างรถที่ถูกต้อง

3. ใช้น้ำยาล้างรถเท่านั้น

เริ่มต้นเตรียมถังน้ำสำหรับนำน้ำยาล้างรถผสมกับน้ำอุ่น แต่ให้สังเกตในถังน้ำก่อนว่ามีเศษกรวดหินในถังหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เศษกรวดหินเหล่านั้นครูดกับสีรถยนต์ขณะล้าง ส่วนการเลือกใช้น้ำยานั้นควรใช้น้ำยาสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ เชื่อว่ายังมีหลายคนที่เข้าใจผิดว่าสามารถใช้น้ำยาล้างจานหรือสบู่ได้ ซึ่งจะกลายเป็นการทำลายสีของรถยนต์จนสร้างความกังวลใจให้กับเจ้าของรถยนต์ในภายหลัง

ดูแลรถสีดำอย่างไรให้รถเงางาม ฉ่ำวาว

4. เช็ดรถยนต์ให้แห้ง

เมื่อเราล้างรถเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ไม่ควรปล่อยให้รถยนต์แห้งเอง เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าการปล่อยให้แห้งเองน่าจะไม่แตกต่างกับการเช็ดให้แห้ง แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับเป็นการทำลายสีรถยนต์โดยไม่รู้ตัว เพราะการปล่อยให้แห้งเองจะก่อให้เกิดคราบน้ำที่ผิว เพราะฉะนั้นทางที่ดีควรใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดรถยนต์ดีกว่า ถือว่าเป็น การดูแลรถยนต์สีดำ ได้อย่างถูกต้อง

5. ขัดสีลอกชั้นแวกซ์เก่า

ก่อนที่จะเคลือบสีรถยนต์ให้มีสีเข้มสดใหม่ ควรสังเกตบริเวณรถยนต์ดูว่ามีรอยบ้างหรือไม่ หากมีรอยก็ทำการขัดสีรอยเพื่อลอกชั้นแว็กซ์เก่าให้ได้พื้นผิวที่เรียบ ขั้นตอนนี้เหมาะมากสำหรับใครที่รถมีรอยบาง ๆ ไม่น่าชวนมอง เพราะเสมือนกับว่าได้รถใหม่เอี่ยมคืนมาอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติม : ขั้นตอนวิธีขัดสีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ให้รถเงางาม ลบรอยขีดข่วนได้อย่างดีเยี่ยม

6. เคลือบสีรถยนต์

การเคลือบสีรถยนต์ควรทำหลังจากลอกชั้นแว็กซ์เก่าออกไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเพิ่มอายุของสีรถให้เข้มสดใหม่ ควรเลือกใช้ wax เคลือบสีรถ หรือ น้ำยาเคลือบสีรถสีดำ ที่มีคุณภาพเหมาะกับรถยนต์สีดำเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและฝุ่นเกาะติดตัวรถ

7. การเคลือบแก้ว

ขั้นตอนนี้มีข้อดีหลายประการอย่างน่าสนใจ กล่าวคือ ช่วยให้รถยนต์สีดำมีความเงางามและป้องกันไม่ให้สีซีดที่มาจากแสงแดด อีกทั้งยังช่วยปกป้องการเกิดรอยขนแมวอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม การเคลือบแก้วก็ยังมีข้อเสียบ้างเล็กน้อยในเรื่องของราคาที่ค่อนข้างจะแพง เริ่มตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหมื่น ซึ่งหากใครที่ไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเคลือบแก้ว เราแนะนำว่าควรทำอย่างยิ่ง เพราะเป็นวิธีที่ใช้กับรถยนต์สีดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านเพิ่มเติม : เปรียบเทียบแบบชัด ๆ เคลือบสีรถยนต์ กับ เคลือบแก้ว แบบไหนดีกว่า

จากการแนะนำ 7 วิธีดูแลรถสีดำ ให้มีสีเข้มสดใหม่และไม่เก่าง่ายดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยากและสามารถทำด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องเสียเวลามากมายในการนำรถไปใช้บริการที่คาร์แคร์ เพียงหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้รถยนต์สีดำเป็นรถที่มีความสวยโฉบเฉี่ยวจนน่าขับไปทุกสถานที่อย่างมั่นใจ

LINE LOGO SVG