เคลือบแก้วรถยนต์ด้วยตัวเอง

เคยสังเกตไหมว่า ทำไมรถยนต์บางคันถึงมีสีสันภายนอกที่ดูเงางามสะดุดตามากเป็นพิเศษ เหมือนกับว่าผ่านการล้างทำความสะอาดและขัดให้ขึ้นเงาเป็นประจำทุกวัน ราวกับว่าเจ้าของรถนั้นไม่เคยเอารถไปเผชิญกับมลภาวะอะไรมาก่อน รถยนต์ถึงดูสวยโดดเด่นได้ขนาดนี้ ซึ่งความจริงแล้วมันมีเคล็ดลับที่คนรักรถทุกคนทำกัน ไม่ใช่แค่การเช็ดล้างทุกครั้งก่อนออกจากบ้านอย่างที่หลายคนคาดเดา แต่เป็นการใช้เทคโนโลยีเคลือบแก้วรถยนต์ต่างหาก

การเคลือบแก้วรถยนต์ หรือ Glass Coating เป็นการใช้น้ำยา ครีม หรือผลิตภัณฑ์ในรูปแบบอื่น ๆ มาเคลือบผิวภายนอกของรถยนต์เอาไว้ โดยคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ก็จะทำหน้าที่เป็นฟิล์มบาง ๆ ที่แนบติดไปกับผิวสัมผัสของตัวรถ ช่วยให้สีรถเดิมดูเป็นประกายเงางามยิ่งขึ้น ลดการเกาะของฝุ่นละอองและลดรอยขีดข่วนได้ดี โดยเจ้าของรถสามารถใช้บริการเคลือบแก้วรถยนต์ได้จากศูนย์บริการหรือจะลงมือ เคลือบแก้วรถยนต์ด้วยตัวเอง ก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่เราจะไปลงรายละเอียดในขั้นตอนการทำนั้น ลองมาดูกันก่อนว่าการเคลือบแก้วรถยนต์นั้นมีประโยชน์อะไรบ้าง

ประโยชน์ของการเคลือบแก้วรถยนต์

1. ช่วยปกป้องผิวสีรถยนต์ไม่ให้ซีดจาง หลุด ลอก ร่อนได้เร็วจากการทำร้ายของแสงแดด เหมาะสำหรับคนที่จำเป็นต้องจอดรถเอาไว้กลางแจ้งบ่อย ๆ การเคลือบแก้วรถยนต์เอาไว้จะช่วยได้มาก

2. ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดรอยขนแมว รอยขีดข่วนจากเศษดินหรือเศษหิน ซึ่งเป็นปัญหาหนักใจของคนรักรถเกือบทุกคน

3. ช่วยป้องกันการติดฝังแน่นของคราบต่าง ๆ เช่น คราบน้ำฝน คราบมูลนก หรือคราบยางมะตอย เป็นต้น คราบเหล่านี้ไม่ได้สร้างความสกปรกเพียงอย่างเดียว แต่หากไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างถูกวิธีและรวดเร็วเพียงพอ มันจะทำลายชั้นผิวของรถไปด้วย ทำให้ต้องเสียเงินซ่อมบำรุงกันอีกพอสมควร

4. ช่วยให้ทำความสะอาดรถได้ง่ายขึ้น เพราะคราบสกปรกและฝุ่นละอองจะไม่ค่อยเกาะติดที่ผิวรถ จึงช่วยประหยัดเวลาไปได้มาก

วิธีการเคลือบแก้วรถยนต์ด้วยตัวเอง

ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการเคลือบแก้วรถยนต์ เราควรต้องพิจารณาก่อนว่ารถของเรานั้นเป็นรถใหม่ป้ายแดง หรือเป็นรถที่ผ่านการใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้ว เพราะความแตกต่างมันอยู่ที่ตรงพื้นผิวสีของตัวรถมีรอยขีดข่วนหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน ถ้ามีร่องรอยจำนวนมากก็ควรจะทำการขัดสีปรับสภาพเสียก่อน เพื่อให้ผลลัพธ์หลังการเคลือบแก้วออกมาดีที่สุด อ่านวิธีการขัดสีรถได้เลยที่นี่ : ขั้นตอนวิธีขัดสีรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ให้รถเงางาม ลบรอยขีดข่วนได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อพร้อมแล้วก็ลงมือเคลือบแก้วรถยนต์คันโปรดกันเลย

1. ล้างทำความสะอาดพื้นผิวรถยนต์ให้เรียบร้อย อย่าให้มีคราบสกปรกเกาะติดอยู่ พร้อมกับใช้ผ้าเช็ดให้แห้งสนิทและควรระวังชนิดของผ้าที่เลือกใช้ด้วย อย่าให้มีขนหลุดติดตามผิวรถหลังการเช็ดเด็ดขาด

อ่านเพิ่มเติม : 7 วิธีล้างรถที่ถูกต้อง ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ไม่ต้องง้อคาร์แคร์ !

2. กำจัดคราบอีกครั้งด้วยแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 15% หรือจะเป็นน้ำยาเช็ดกระจกก็ได้เช่นกัน ค่อย ๆ พ่นให้เป็นละอองแล้วเช็ดออกให้แห้ง ทำแบบนี้ให้ทั่วทั้งคันรถ

3. แบ่งโซนในการทำงานทีละส่วน เช่น ส่วนประตู กระโปรงหน้า หลังคา และกระโปรงหลัง เป็นต้น การกำหนดขอบเขตแบบนี้จะช่วยให้เราเคลือบแก้วรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเคลือบแก้วก็จะทั่วถึงและสม่ำเสมอ ไม่กระโดดข้ามไปมา เมื่อแบ่งโซนการทำงานแล้วก็ให้แบ่งพื้นที่ลงมาอีก ขนาดประมาณ 2 ตารางฟุตกำลังดี ตัวอย่างเช่นส่วนของกระโปรงหน้าแบ่งได้ 4 ส่วน คือ แบ่งเป็นซ้ายขวาแล้วก็บนล่าง จากนั้นก็ลงมือทำไปทีละส่วน

4. เทน้ำยาเคลือบแก้วลงบนฟองน้ำให้ชุ่มพอประมาณแล้วเคลือบลงบนพื้นผิวตัวรถ โดยเทคนิคในการเคลือบแก้วรถยนต์ก็คือให้ลากมือไปในทางเดียวกันตามแนวนอน เสร็จแล้วก็ทำเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนเป็นแนวตั้ง ทำแบบนี้จนทั่วบริเวณจากนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้น้ำยาเกาะพื้นผิวได้ดีประมาณ 5 นาที

5. สังเกตดูว่ามองเห็น น้ำยาเคลือบแก้วรถยนต์ สะท้อนแสงเป็นสีรุ้งหรือไม่ ถ้าเห็นแล้วก็ให้ลงมือเช็ดด้วยผ้าอย่างเบามือ สิ่งสำคัญคือต้องเช็ดไปในทางเดียวกันเท่านั้น เมื่อเช็ดทั่วแล้วก็กลับมาเช็ดซ้ำอีกรอบหนึ่ง เราจะค่อย ๆ มองเห็นว่าน้ำยาที่เคลือบอยู่นั้นจางหายไป ให้เปลี่ยนผ้าผืนใหม่เช็ดซ้ำไปเรื่อย ๆ ประมาณ 3 – 4 รอบ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ข้อควรระวังในการเคลือบแก้วด้วยตัวเอง

1. ห้ามลงน้ำยาเคลือบแก้วกลางแจ้งที่มีแดดจัดหรือมีฝุ่นละอองลอยฟุ้งอยู่เป็นจำนวนมาก ให้เลือกทำในวันที่อากาศเย็นสบายสักหน่อย โดยจะทำในช่วงเช้าหรือเย็นก็ได้ และถ้าสามารถทำในที่ร่มซึ่งมีหลังคากันแดดกันฝนได้ก็ยิ่งดี

2. ห้ามลงน้ำยาเคลือบแก้วในขณะที่พื้นผิวสัมผัสของตัวรถยังมีความร้อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจากแสงแดดหรือความร้อนจากการใช้งานก็ตาม

3. เมื่อลงน้ำยาแล้วก็อย่าปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปจนน้ำยาแห้งสนิท เพราะจะเช็ดออกยากมากและอาจสร้างรอยขีดข่วน ทำให้รถเป็นรอยเพิ่มขึ้นอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม : รถเป็นรอยขีดข่วนแบบไหน ถึงขัดสีลบรอยขูดเองได้ พร้อมวิธีแก้ไขโดยไม่ต้องง้อช่าง !

จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการ เคลือบแก้วรถยนต์ด้วยตัวเอง นั้นไม่ได้ยุ่งยากหรือซับซ้อนอะไรเลย เราสามารถเคลือบแก้วให้ออกมาสวยสมบูรณ์แบบได้ตั้งแต่ครั้งแรก เพียงแค่อาศัยความละเอียดรอบคอบและใจเย็น ค่อย ๆ ทำตามวิธีการพร้อมหลีกเลี่ยงข้อควรระวังอย่างเคร่งครัด ก็จะได้ตัวช่วยในการป้องกันผิวสีรถได้นาน 1 – 3 ปีกันแล้ว โดยอายุการใช้งานของการเคลือบแก้วจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้และความประณีตระหว่างลงมือเคลือบแก้ว

LINE LOGO SVG